จากตอนที่แล้ว 

        15 นาทีผ่านไป...เราก็ขึ้นมาบนห้องเรียน แต่อาจารย์ก็ยังไม่มา
เราและฝุ่นก็เดินไปหาพิณ  พอเดินไปถึงที่ที่เราจองไว้ ก็รู้สึกเหมือนว่ามีใครกำลังมองเราอยู่ใกล้
ทันใดนั้น เราก็หันไปมองข้างที่นั่งที่เราจอง โอ้ มาย ก๊อดดดดดดดดด !!

              แพง : อ้าว!!


    - ตอนที่ 2 -

           ก็จะไม่ให้ "อ้าว" ได้ไงล่ะ ก็คนที่มองเราอยู่ก็คือ ชายนิรนามคนนั้น

              และเรา 2 คน ก็ยิ้ม^^ ให้กัน  เราก็นั่งลงตรงที่นั่งที่เราจอง  ซึ่งที่นั่งนั้นเป็นที่นั่งข้างเค้า ใช่แระค่ะ เราได้นั่งข้างกัน (ความบังเอิญหรือพรหมลิขิตกันนะ
 ที่นั่งออกจะเต็มห้องแต่ได้นั่งข้างกันซะงั้นอ่ะ..ลัลล๊าาาา  ออกแนวเพ้อนิดๆ)

              สักพักอาจารย์ก็เดินเข้ามา เราก็ยังไม่ได้คุยอะไรกันมาก  แต่พอเริ่มเรียนไปสักพัก....

              ชายนิรนาม : ชื่ออะไรอ่ะครับ ??

               แพง : ชื่อ"แพง"ค่ะ 

              แล้วเค้าก็ยิ้ม และก็พูดว่า   

               ชายนิรนาม : เรา ชื่อ "เอิง" นะ

              เราก็เลยพยักหน้า และก็ยิ้มเพื่อเป็นการตอบรับว่า รับทราบ ประมาณนั้น!!

             เมื่อเพื่อนรักอย่างยัยฝุ่นเห็นว่าเราและเค้าคุยกันก็คอยแซวเบาๆอยู่ข้างหลังเรา
  โดยที่เค้าไม่ได้ยิน (รู้ใจจริงๆเลย ว่าเราคิดอะไร  ยัยเพื่อนคนนี้)

      หลังจากนั้นเราและเค้าก็คุยกันเรื่อยเปื่อย(แทบไม่ได้เรียน แค่บางช่วงที่อาจารย์สอนนะจ๊ะ)หลังจากจบคาบนั้น เราก็ได้รู้จักเค้าเพิ่มขึ้น
(นิดเดียว เน้นอีกว่า นิดเดียวจริงๆ)

     สิ่งที่เราได้รู้จากเค้ามากขึ้น(นิดเดียว)มีดังนี้...

       1. ชายนิรนาม มีนามว่า "เอิง"

       2. เรียนคณะเดียวกัน แต่คนละวิชาเอก และวิชาโท
(คณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาฝรั่งเศส วิชาโทอังกฤษ แต่เรา เอกภาษาอังกฤษ  วิชาโทการโรงแรม)
      
       3. เคยอยู่ฝรั่งเศส มา 5 ปี  และเค้าก็อายุมากกว่าเราหลายๆๆๆๆปี (เอาเป็นว่ามากกว่า 5ปี  ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าเค้าอายุขนาดนั้น เพราะเค้าหน้าเด็กอ่ะ และด้วยความเตี้ยด้วยมั๊ง อิอิ..แต่ก็เท่นะ^^)

       4. เรียนจบ Diploma(อนุปริญญา) จากฝรั่งเศส 
  แต่เนื่องจากเค้าจบDiploma จึงยากต่อการสมัครงานที่ประเทศไทย
 เพราะส่วนใหญ่ประเทศไทยรับคนที่จบปริญญาตรีเป็นอย่างต่ำ เค้าจึงต้องมาเรียนปริญญาตรีที่ประเทศไทยเพิ่ม

       5. สิ่งสุดท้ายที่เรารู้ก็คือ...เค้าเป็นลูกอาจารย์สอนอังกฤษ ที่มหาวิทยาลัย และเราก็ต้องเรียนกับแม่เค้าด้วยเหมือนกัน

              หลังจากจบคาบนั้น เราได้คุยและแลก E-mail กัน เผื่อติดต่อ และคุยกันเรื่องเรียน(มั๊ง??)
 หลังคาบนั้นเราและเค้าก็แยกย้ายกันกลับบ้าน

 

            ณ  คฤหาสน์หลังงามของเรา (ฮ่าๆ ล้อเล่น จริงๆบ้านเป็นกระท่อม)

       กิจวัตรประจำวันที่สำคัญหลังจากกลับบ้าน ก็คือ การเล่น "MSN"

                 แพง : ไม่เห็นมีใครแอดมาเลยอ่ะ (ใคร = พี่เอิง)

         และในเมื่อเค้าไม่แอดมา เราก็แอดไปสิจ๊ะ ไม่เห็นยากเลย จริงมั๊ย!!
 และผ่านไป 2-3 วันของการเล่น MSN เราก็ยังคงไม่เจอเค้าใน MSN...จนกระทั่งวันที่ 4ของการรอ
 ในที่สุด ก็มีเมลนึงเด้งขึ้นมา "ตึ๊งดึ่ง"(เสียงMsn ฮ่าๆ)
 
      It is not such a big Deal!!! ชื่อเอ็มของคนๆนึงทักเรามาว่า

       It is not..(ชื่อเอมของพี่เอิง) : ดีจ้า

       if u love something,..(ชื่อเอมของแพง) : ดีค่าาาาา

       และเหมือนเรารู้กันว่าเป็นใคร เพราะต่างคนต่างมีอีเมลของกันและกันอยู่แล้ว (เพียงแต่เราแอดไปก่อน อิอิ)และเราก็ได้คุยกันยาวมากกกกกก จนถึงตี 1 กว่าๆ
 เราก็เลยแยกย้ายกันนอน เพราะมันดึกแล้ว ง่วงงงงงงง Zzzzzz

   และหลังจากนั้นเราก็คุยกันมาทุกวัน จนกระทั่งวันหนึ่ง...(ในMSN) หลังจากคุยสักพัก

          
        It is not.. : แพง ขอเบอร์หน่อยดิ ได้ป่ะ??

        if u love something,.. : (อึ้งสักพักและก็พิมพ์กลับว่า..) ตัวละ 20 บาทนะ ^^

        It is not.. : โหหหห แพงอ่ะ
      
        if u love something,.. : 555 ล้อเล่นๆ อ่ะนี่ 081-xxx-xxxx
(ในใจคิดแค่ว่าคงขอไปเผื่อโทรหากัน
  เวลาไปเรียน จะได้เรียนด้วยกัน .. ตอนนั้นคิดแค่นั้น เพราะเราไม่อยากคิดไกล กลัวแป๊ก!!)
       
                 ผ่านไป 15 นาที..หลังจากคุยเรื่องอื่น

        It is not.. : ไปดูหนังกันป่ะ??

                 และแล้ว เราก็ได้อึ้งอีกรอบนึงแต่ก็พิมพ์กลับว่า...

        if u love something,.. : ดูเรื่องไรอ่ะ??

        It is not.. : อยากดู National treature II (เรื่องที่เข้าใหม่ในขณะนั้น)

        if u love something,.. : แล้วไปวันไหนอ่ะ??
           
        It is not.. : วันพฤหัสหน้าอ่ะ ว่างรึป่าว

        if u love something,.. : เอ่อออ...ก็ว่างนะ แต่ต้องหลังเรียนเสร็จนะ
 
        It is not.. : งั้นเรียนเสร็จเจอกันหลังตึกคณะนะ

        if u love something,.. : โอเค ได้ค่ะ

              และพอหลังจากเรา 2 คนเลิกเล่นเอ็ม ก่อนนอน พี่เอิงก็โทรมาคุยกับเรา และก็ไม่ใช่แค่คืนนั้นที่โทรมา พี่เอิงโทรหาเรา "ทุกคืน"
 บอกตามตรงว่าตอนนั้น เริ่มรู้สึกดีกับพี่เอิงมากขึ้น แต่ยังไม่กล้าชอบพี่เค้ามากนะ เพราะเราเองก็ไม่รู้ว่าเค้าชอบเรามั๊ย มีแฟนรึยัง จริงจังกับเราแค่ไหน ??

             วันพฤหัสที่เรานัดกันก็มาถึง..หลังจากที่เราเรียนเสร็จก็เดินไปที่คณะ กับฝุ่น

      "เธอจะมีใจรึป่าว เธอเคยมองมาที่ฉันรึป่าว.." เสียงโทรศัพท์เราดังขึ้น (โอ้โห มันโดนจริงๆ)

                    แพง : ฮัลโหล

                    พี่เอิง : ฮัลโหล แพงอยู่ไหนอ่ะ

                    แพง : อยู่หน้าคณะค่ะ กำลังจะเดินไปหลังคณะ

                    พี่เอิง : โอเค พี่กำลังจะถึงหลังคณะ เจอกันนะ

                    แพง : ค่ะ เจอกันค่ะ บาย

             จบบทสนทนา  เราก็เดินไปที่หลังคณะ  ฝุ่นก็ช่างเป็นเพื่อนที่แสนดีไปรอส่งเราก่อน...แต่จริงๆแล้วมันจะขอติดรถพี่เอิงไปลงหน้าม.อะนะ
 
                   ฝุ่น : รถคันนี้ของ พี่เอิงแน่เลย (รถBenzที่กำลังผ่านมา)

                   แพง : บ้า ไม่ใช่คันนี้หรอก

             และก็อย่างที่ฝุ่นพูด... พี่เอิงเปิดกระจกรถคันนั้นและตะโกนว่า

                  พี่เอิง  : "แพง"

         ..........................................            ............................................... 

 

ps. เจอกันใหม่ตอนที่ 3 ค่ะ อิอิ 

 ps. ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านเรื่องจนจบนะคะ....^^

บันทึกรัก...เพราะเธอ!!

posted on 31 Aug 2008 21:53 by magic-zincere
ชีวิตตอนนี้ มีแต่ความวุ่นวาย  เซงๆๆๆ แทบทุกวันเลย 
       ตั้งแต่ขึ้นมหาวิทยาลัย มีแต่ปัญหา  แต่โชคดีอยู่อย่าง เจอเพื่อนดีดี ทั้งนั้น
แต่มีเพียงอย่างเดียว ที่ทำให้เราอึดอัดใจจนถึงทุกวันนี้....1ปีแระ ที่ทำให้เราค้างคาจิต 
                     ........................ลองอ่านเรื่องนี้ดูนะคะ..........................        
ตัวละคร :  แพง = ตัวเอก
             ฝุ่น = เพื่อนสนิทที่มหาวิทยาลัย
             พี่ เอิง = เค้าเป็นใครจะรู้ในเรื่อง
             ชื่ออื่นๆ ที่พูดถึง คือเพื่อนในกลุ่ม ทุกคน
         เหตุการณ์ มันมีอยู่ว่า....   
      ตอนที่1 ...
            
               ขณะที่เราและเพื่อนๆ นั่งเรียนวิชาอันแสนยากต่อการเรียนและการสอบ ... ผ่านไปครึ่งชั่วโมง
 มีคนนึงเดินเข้ามาในห้องเรียน  เพราะการเข้าสายของเค้า จึงทำให้คนในห้องมองเค้าเป็นตาเดียว และเราก็มองเค้าเหมือนกัน
              แพง (คิดใจใจ) " เข้าสายจังเลย !! "
              แพง : น่ารักเนอะ ฝุ่น ^^
              ฝุ่น : แหม...แก มิค่อยเลยนะ เรียนๆๆ ตั้งใจเรียนหน่อย มองแต่ผู้ชาย
              แพง : จ้าๆๆๆ รู้แระจ้า เพื่อนร๊ากกกกกก
            และเหมือนอะไรเป็นใจ  เค้าคนนั้น มานั่งละแวก ข้างหลังเรา ไม่ใกล้ ไม่ไกลนัก
แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ไม่ได้สนใจไรเค้ามาก เพราะเจอกันครั้งแรก และเราก็ไม่รู้ว่าจะได้เจออีก หรือจะได้รู้จักกันมั๊ย
เพราะเป็นการยากที่จะรู้จักทุกคนในห้อง เราจึงเฉยๆ แต่แค่ก็มองตามประสาคน "โสด"
                - จบคาบนั้น เราและฝุ่น ก็ไปกินข้าวที่คณะมนุษยศาสตร์ ซึ่งเป็นคณะที่พวกเราเรียนกัน
               ขณะที่เรา และ ฝุ่น นั่งกินอาหารอันแสนโอชะ และขึ้นชื่อของประเทศไทย นั่นก็คือ ...... "ส้มตำ"
อยู่ๆก็มีคนนึงเดินเข้ามา และถามว่า....
                ชายนิรนาม : โทษครับ...เมื่อกี๊เรียนวิชา อังกฤษเชิงสาธก ใช่มั๊ยครับ
                เราอึ้งไปสักพัก ด้วยความหวั่นใจ ก็ไม่ให้หวั่นได้ไง ก็เป็นคนเดียวกับที่เข้าห้องเรียนสายคาบที่แล้ว และเป็นคนๆเดียว
กับที่เราบอกกับฝุ่นว่า "น่ารักเนอะ"
                 หลังจากอึ้งไป 0.02.33468 วินาที  เราก็ตอบเค้าคนนั้น ไปว่า
                 แพง : อ่อ ใช่ค่ะๆๆ
                 ชายนิรนาม : คือว่า เมื่อกี๊ผมเข้าเรียนสายอ่ะครับ ขอยืม lecture ไป ซี-รอกซ์หน่อยได้มั๊ยครับ??
                 แพง : อ่อ ได้ค่ะ ... นี่ค่ะ อยู่ตรงนี้นะคะที่จดไปคาบเมื่อกี๊(พร้อมกับชี้ในสมุดให้เค้าดู)
                 
                 ชายนิรนาม : ขอบคุณครับ เดี๋ยวเอามาคืนนะครับ
                 แพง : ค่ะ ^^
                 หลังจากเค้าเอาสมุดเราไปซีรอกซ์ เราก็หันไปหาฝุ่น และก็ยิ้มตาหวานเยิ้มมมมมม
                 ฝุ่น : กินๆๆๆ ได้แล้ว หยุดเยิ้มๆๆ เดี๋ยวชั้นก็กินหมดซะเลย
                 แพง : จ้า กินแล้วๆๆๆ จ้า
                 ปลื้มนิดๆ ที่ยังไงก็ได้คุยกับเค้าแม้ไม่กี่คำ (ในตอนนั้น) แต่ก็แอบผิดหวังเล็กๆ ก็เพราะว่า เค้ามากับผู้หญิงน่ะสิ เฮ้ออออออ!!
(คิดในใจ แฟนแน่เลย)
                 ผ่านไปสักพัก..
                 ชายนิรนาม : ขอบคุณมากนะครับ(พร้อมกับส่งสมุดคืนเรา)
                 แพง : ค่ะ^^ (พร้อมกับรับสมุดคืน)
                 ชายนิรนาม : อยู่ปีไรหรอครับ??
                 แพง : ปี 1 ค่ะ (ในตอนนั้น) แล้วเธออ่ะ??
                 ชายนิรนาม : ปี 3 แล้วครับ ... อยู่ปี 1 เรียนวิชานี้แล้วหรอ เก่งจัง(เนื่องจากวิชานี้ยากระดับขั้นเทพ)
                 แพง : อ่อค่ะ คือว่า เราเรียนม. พร้อมกับม.ปลายอ่ะ (งง สิ ว่าทำไมถึงเรียนได้ เนื่องจาก มีมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง
ในกรุงเทพฯ เปิดโอกาสให้นักเรียนม.ปลายสามารถใช้วุฒิม.3 สมัครเรียน และเมื่อจบม.6 ก็นำวุฒิม.6มาสมัครเป็นนักศึกษาเต็มตัว
และโอนหน่วยกิตที่เรียนไปแล้วไปเป็นนักศึกษา  เพื่อให้โอกาสเด็กจบเร็วขึ้น )
                เราก็อธิบาย(เหมือนข้างบน) กับเค้า
                ชายนิรนาม : ขยันจังเลยอ่ะ อย่างงี้ก็มาเรียนวิชานี้ทุกครั้งใช่มั๊ย จะได้เจอกัน
                แพง : อืม ใช่ๆ ทุกครั้งจ้า
                ชายนิรนาม : งั้นเจอกันครั้งหน้านะ  ขอบคุณสำหรับสมุดอีกครั้งครับ ^^
                แพง : ค่า...เจอกันน้า บ๊ายบาย ^^
                และเวลาก็ผ่านไป 2 - 3 เอ๊ะ!! หรือ 4 อาทิตย์เนี่ยแหละ จำไม่ได้อ่ะ เอาเป็นว่าประมาณนั้น
 
  ซึ่งบอกตามตรงว่าเราลืมเหตุการณ์และผู้ชายคนนั้นไปแล้ว เนื่องจากเราไม่เจอเค้าในคาบนั้นเลย
               เช้าวันหนึ่ง....
                แพง : เรียนตึกไหน ห้องไหนอ่ะ??
                ฝุ่น : ไม่รู้ว่ะ ลืมเหมือนกัน เดี๋ยวดูตารางก่อน
                หลังจากดูตาราง เราก็เดินไปยังห้องเรียน
                แพง : อ้าว !! พิณ มานานยังอ่ะ??
                พิณ : สักพักอ่ะ เนี่ยยังไม่มีใครมาเลยอ่ะ
                แล้วเรากับฝุ่นก็นั่งข้างหน้าพิณ และจองที่ให้เพื่อนๆ
                ฝุ่น : แพง ไปลงทะเบียนเป็นเพื่อนหน่อยดิ ยังไม่ได้ลงเลยว่ะ
                แพง : เออ ไปดิ .. งั้นพิณ ฝากกระเป๋าหน่อยนะ เดี๋ยวมา
               พิณ : อืม ได้ๆๆ แต่เร็วๆนะเว้ย ชั้นอยู่คนเดียว มันเวิ้งงงงงงง
               แพง : อ่ะจ้า...เดี่ยวจะรีบๆๆๆ 
              15 นาทีผ่านไป...เรากับฝุ่นก็ขึ้นมาบนห้อง แต่อาจารย์ก็ยังไม่มา
เราและฝุ่นก็เดินไปหาพิณ  พอเดินไปถึงที่ที่เราจองไว้ ก็รู้สึกเหมือนว่ามีใครกำลังมองเราอยู่ใกล้
ทันใดนั้น เราก็หันไปมองข้างที่นั่งที่เราจอง โอ้ มาย ก๊อดดดดดดดดด !!
              แพง : อ้าว!! 
           
............................. อยากรู้ว่าตกใจอะไร เจอกันตอนที่ 2 ค่า ^^ ...............................
 
               " จากเรื่องจริงของเจ้าของ Blog " อิอิ 
ps. ถ้าใครอ่านแล้ว งงๆ ก็ขอโทษด้วยนะค๊า...วิจารณ์กันได้เต็มที่เลยจ้า !!

ข้อคิดดีดี ของคนคิด +

posted on 28 Aug 2008 14:49 by magic-zincere

                   

                                ปรัชญาดีดี ชีวิตจะได้ "สูง" ขึ้น

                 จงให้มากกว่าที่ผู้รับต้องการ และทำอย่างหน้าชื่นตาบาน


- จงพูดกับคนที่ถึงแม้จะอายุน้อยกว่า แต่เขาก็มีความสำคัญเท่ากัน 


                  จงอย่าเชื่อทุกอย่างที่ได้ยิน ใช้ทั้งหมดที่มี และนอนเท่าที่อยากจะนอน


- เมื่อกล่าวคำว่า "ฉันรักเธอ" จงหมายความตามนั้นจริง ๆ 


                  เมื่อกล่าวคำว่า "ขอโทษ" จงสบตาเขาด้วย


- ก่อนจะตัดสินใจแต่งงาน จงหมั้นเสียก่อนอย่างน้อย 6 เดือน 


                  จงเชื่อในรักแรกพบ 


- อย่าหัวเราะเยาะความฝันของผู้อื่น คนที่ไม่มีฝันก็เหมือนไม่มีอะไร 


                  เมื่อรักจงรักให้ลึกซึ้ง และ ร้อนแรง อาจจะต้องเจ็บปวดแต่นั่นคือหนทางเดียวที่ทำให้ชีวิตถูกเติมเต็ม
- ในเหตุการณ์ขัดแย้ง โต้อย่างยุติธรรม ไม่มีการตะโกนใส่กัน 


                   อย่าตัดสินคนเพียงเพราะญาติๆ ของเขา


- จงพูดให้ช้า แต่ต้องคิดให้เร็ว 


                   ถ้าถูกถามด้วยคำถามที่ไม่อยากตอบ จงยิ้มแล้วถามกลับว่า จะรู้ไปทำไม


- จงจำไว้ว่า สองสิ่งที่ยิ่งใหญ่ คือความรัก และความสำเร็จ ล้วนต้องมีการเสี่ยง 


                   พูดว่า ขอพระคุ้มครอง เมื่อได้ยินใครจาม


- เมื่อพ่ายแพ้ จงอย่าสูญเสียบทเรียนไปด้วย 


                  จงจำ 3 R :- นับถือผู้อื่น-Respect others นับถือตนเอง- Respect yourself รับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ Responsibilities 


- จงอย่าให้ความขัดแย้งเล็กๆ น้อยๆ มาทำลายมิตรภาพที่ยิ่งใหญ่ 


                  ทันทีที่รู้ตัวว่าทำผิด ลงมือแก้ไขทันที 


- จงยิ้มเวลารับโทรศัพท์ ผู้ฟังจะเห็นได้จากน้ำเสียงของเรา 


                  จงหาโอกาสอยู่กับตัวเองบ้าง

 

                  ^^_______MaGic_______++_______ZinCeRe_______^^

edit @ 29 Aug 2008 18:23:17 by MaGic ZinCeRe

edit @ 29 Aug 2008 20:12:12 by MaGic ZinCeRe